การเลี้ยงปูนา

 

ปูนา


       " ปูนา " (Ricefield crap) ถูกจัดว่าเป็นศัตรูของข้าวดังนั้นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจึงกำจัดปูนาด้วยการเก็บและนำไปบริโภคเป็นอาหาร ซึ่งในอดีตปูนาพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ตามแปลงนาธรรมชาติในเขตพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่จะเป็นปูนาขนาดเล็ก (ปูนาแท้พันธุ์พื้นเมือง) มีขนาดความกว้าง-ยาวของลำตัวประมาณไม่เกิน 5-6 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม แต่ปัจจุบันปูนาขนาดเล็กเหล่านี้เริ่มหาได้ยากมากยิ่งขึ้นเนื่องจากหลายสาเหตุ

  สาเหตุที่ทำให้ปูนาพันธุ์พื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์
1. การเก็บไปบริโภคของมนุษย์
2. รูปแบบการทำนาเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้รถไถนาขนาดใหญ่มาปั่นดินให้ละเอียดจึงปั่นตัวปูนาด้วย
3. การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูในนาข้าว เช่น หอย ปู หนู เป็นต้น
4. การถูกรุกรานจากปูแดง ปูจั่ว ที่มีขนาดใหญ่กว่า มีความแข็งแรง แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว และครอบครองพื้นที่ในธรรมชาติแทนปูนา

       ในอำเภอแจ้ห่ม ขึ้นชื่อว่าเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงในการแปรรูปปูนาเป็นน้ำปูที่มีคุณภาพตามคำขวัญของอำเภอแจ้ห่ม “พระยาคำลือคู่บ้าน มะขามหวานคู่เมือง เงาพระธาตุลือเลื่อง เมืองน้ำปูดี” อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เพื่อศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ น้ำผัก น้ำพริกน้ำผัก และน้ำปู (น้ำปู๋) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารพื้นบ้านของคนในอำเภอแจ้ห่ม รวมถึงพื้นที่ในอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดลำปาง เช่น อำเภอห้างฉัตร อำเภอสบปราบ และอำเภอเมือง พบว่าในปัจจุบันนี้ปูนาพื้นเมืองแทบไม่มีหลงเหลือในแปลงนาตามธรรมชาติเลย และนอกเหนือจากการเริ่มสูญพันธุ์ของปูนาพื้นเมืองในหลายพื้นที่ของจังหวัดลำปางแล้วนั้นการบริโภคปูนาตามธรรมชาติและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูนาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน มีรายงานพบสารตกค้างในในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีทำให้เกิดการสะสมในอาหารพื้นบ้านหลายชนิดรวมถึงปูนา (สุภาพรและคณะ, 2555) นอกจากนี้การใช้สารเคมีในนาข้าวยังส่งผลต่อประชากรของปูนารวมถึงผู้คนเกิดความกังวลในการบริโภคปูนาจากสภาพธรรมชาติ ด้วยเหตุผลหลายประการที่กล่าวมาข้างต้น ในปี พ.ศ. 2559-2560 ทางคณะเทคโนโลยีการเกษตรจึงได้ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปูนาพื้นเมืองในบ่อเลี้ยงเลียนแบบสภาพธรรมชาติ ศึกษาสัดส่วนของพ่อแม่พันธุ์ปูนาที่จะส่งผลต่อปริมาณของลูกปูนา รวมถึงศึกษาวิธีการจัดการที่จะทำให้ได้ประชากรปูนาจำนวนมาก โดยองค์ความรู้เบื้องต้นที่ได้จากการวิจัยทำให้เกิดโครงการขยายผลด้านการเลี้ยงปูนาพื้นเมืองในเขตอำเภอแจ้ห่ม โดยการบริการวิชาการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปูนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2563 ทางคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางยังได้ร่วมกับประมงจังหวัดลำปางจัดทำโครงการสร้างรายได้เสริมจากการเลี้ยงปูนาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นจังหวัดลำปาง โดยมีพื้นที่ต้นแบบเป็นอำเภอแจ้ห่ม โดยมีเกษตรกรต้นแบบจำนวน 40 ราย นอกจากนี้ยังได้มีกลุ่มขยายผลอีกจำนวน 200 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกอำเภอของจังหวัดลำปาง โดยเกษตรกรทั้งหมด 240 รายจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการเลี้ยงปูนา การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูป รวมถึงส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น



อาหารของปูนา

การกินอาหารของปูนา

      พบว่าปูนากินอาหารได้หลากหลายชนิด กินได้ทั้งพืชและสัตว์ โดยเมื่อปูนาอยู่ตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือทุ่งนา ก็จะหากินพวกแพลงตอนที่ลอยมากับน้ำ พืชน้ำขนาดเล็ก เช่น สาหร่ายต่าง ๆ จอก แหน ผลไม้ที่สุกหล่น เศษอาหารหรือแมลงขนาดเล็ก เป็นต้น ในกรณีเดียวกับการนำปูนามาเลี้ยงนอกจากอาหารตามธรรมชาติดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว พบว่า มีการนำข้าวสุก ไข่ตุ๋น อาหารลูกอ๊อด อาหารปลาดุก อาหารปลา หรือแม้กระทั่ง เศษอาหารสะอาด ๆ ก็สามารถนำมาเลี้ยงปูได้ เพราะปูเป็นสัตว์กินง่าย กินจุ กินบ่อยครั้ง ข้อควรระวังในการให้อาหารปูคือปริมาณอาหารที่ให้ เนื่องจากการให้อาหารที่มากเกินไป หรือให้อาหารที่ไม่สะอาด จะทำให้น้ำที่ใช้เลี้ยงปูเน่าเสียได้ง่าย สำหรับต้นข้าวในนา พบว่าปูอาจกัดกินต้นข้าวบางส่วนในนา โดยเฉพาะต้นข้าวระยะเล็ก ๆ คือไม่เกิน 10 วันหลังปักดำ เมื่อต้นข้าวโตปูจะกัดกินน้อยลงเนื่องจากลำต้นแข็งดังนั้น การจะปล่อยปูนาที่อนุบาลลงเลี้ยงในแปลงนาข้าวอาจจะปล่อยหลังจากที่ต้นข้าวแข็งแรงเพียงพอ



วิธีการทำอาหารลูกปูนา

       ลูกปูเล็กที่สลัดออกจากแม่ปู ให้อาหารจากธรรมชาติ จำพวก จอก แหน สาหร่าย หรือ ให้อาหารปลากัด (อาหารปลาซากุระ) ส่วนลูกปูที่อายุ 1 เดือนขึ้นไปสามารถให้อาหารปลา อาหารลูกอ๊อด ผลไม้สุก ข้าวสุก เส้นขนมจีน เป็นต้น นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังสามารถผลิตอาหารสำหรับลูกปูนาได้ โดยมีวัสดุและขั้นตอนการทำดังนี้


วัสดุ
1. อาหารปลาดุกเม็ดเล็กบดให้ละเอียด 300 กรัม
2. รำละเอียด 100 กรัม
3. ปลาย่าง 2 ตัว (ตำให้ละเอียด)
4. ไข่แดงต้มและตากแดดให้แห้งบดเป็นผง 50 กรัม
5. ถุงพลาสติก ยางรัด หรือ กล่องที่ปิดฝาแน่นสนิท

ขั้นตอนการทำ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ใส่ในภาชนะที่แห้ง ปิดฝาหรือรัดปากถุงให้สนิท เก็บไว้ในที่แห้ง
3. นำไปเลี้ยงลูกปูในบ่ออนุบาล
4. นำไปผสมกับข้าวสุกเพื่อใช้สำหรับเป็นอาหารให้พ่อแม่พันธุ์

น้ำสำหรับเลี้ยงปูนา
1. น้ำประปา
2. น้ำบาดาล
3. น้ำจากบ่อน้ำ จากคลองส่งน้ำ
หมายเหตุ : หากน้ำมีคลอรีนสูงให้ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง กรณีที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติจากห้วย หนองคลองบึง จะต้องมันใจว่าปลอดภัยจากสารเคมีที่อาจตกค้างกับน้ำ เช่น ยากำจัดวัชพืช (หญ้า) ยากำจัดหอย เป็นต้น

การทำความสะอาดบ่อปู (เลี้ยงในบ่อน้ำใส)

1. ควรหมั่นล้างบ่อเมื่อน้ำในบ่อเริ่มสกปรก
2. ปล่อยน้ำเก่าออกให้หมด โดยไม่ต้องย้ายปูออกจากบ่อ
3. เอาเศษอาหารเก่าที่ตกค้างออกให้หมด
4. ใส่น้ำใหม่ลงในบ่อเลี้ยง โดยให้ระดับน้ำเสมอกับตัวปู และควรมีพื้นที่แห้งเพื่อให้ปูขึ้นมาตากอากาศได้

การให้อาหารและชนิด (ควรสลับชนิดของอาหารที่ให้ในแต่ละวัน)

1. ให้อาหารเฉพาะมื้อเย็น โดยกะปริมาณอาหารให้พอดีกับจำนวนปู
2. ใช้อาหารปลาดุกเม็ดเล็ก
3. กล้วยน้ำว้าสุก (1 ลูกแบ่งออกเป็นสี่ชิ้น) หรือให้ผลไม้อื่น ๆ เช่น เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นเป็นชิ้น ข้าวโพดต้ม มะม่วงสุก มะละกอสุก เป็นต้น
4. เนื้อปลาดิบสับ โดยต้องล้างเลือดปลาออกให้หมด ใช้ปลาอะไรก็ได้
5. โครงไก่ต้มสุก ไม่เอาหนังและเครื่องใน สับชิ้นไม่ใหญ่มาก
6. ข้าวสุก เส้นขนมจีน

การดูแลปูระหว่างลอกคราบ

1. ถ้าพบปูนิ่ง แต่ขายังขยับ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปูกำลังจะบอกคราบ ให้แยกออกใส่กะละมัง
2. ปูที่ลอกคราบแล้วจะมีสีที่สดใสไม่ขุ่นมัว ตัวจะนิ่มให้แยกออกเลี้ยงจนกว่าจะแข็งแรง
3. การมีที่หลบซ่อนจำนวนมากในบ่อเลี้ยงจะช่วยให้ปูมีโอกาสรอดชีวิตสูง เนื่องจากปูที่กำลังลอกคราบจะอ่อนแอและอาจถูกรุมกัดจากปูตัวอื่น ๆ

การดูแลแม่ปูระหว่างตั้งท้อง

1. ลักษณะของแม่ปูตั้งท้องจะยืนตัวโก่ง หน้าท้องยื่น ชอบอยู่บนที่แห้ง ถ้าเห็นในท้องเป็นตัวลูกปูแล้ว ให้แยกแม่ปูออกเพื่อรอทำคลอด (ใน 1 กะละมังสามารถอยู่ได้หลายแม่ ใส่น้ำแค่พอแตะขาปู ให้อาหารไม่ต้องมาก ล้างกะละมัง 3 วันครั้ง)
2. เมื่อลูกปูมีสีเทาดำ สามารถทำคลอดได้
3. ห้ามจับแม่ปูที่ท้องบ่อย ๆ เพราะจะทำให้แม่ปูสลัดลูกปูทิ้ง โดยเฉพาะช่วงที่ไข่กำลังมีสีเหลือง

การป้องกันพยาธิหรือปรสิตในบ่อปู

       สามารถนำใบหูกวางที่มีสีเหลือง (หล่นจากต้นใหม่ๆ) มาใส่ลงในบ่อเลี้ยงปู จะช่วยให้ปูไม่มีพยาธิหรือปรสิต

เทคนิคการทำให้ปูมีการผสมพันธุ์และออกลูกตลอดปี

       จำลองสภาวะแวดล้อมให้เหมือนกับฤดูฝน เช่น การเป็นน้ำพ่นฝอยในบ่อปู

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จะเริ่มต้นยังไง COCOA CRAB